 |
ปณิธาน |
เว็บนี้เป็นผลผลิตจากสามัญสำนึกใน"หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม"ว่าด้วยประชาชนพึงร่วมกันคิดอ่าน ประสานประโยชน์จากความรู้ ภูมิปัญญา อย่างมีสติ
เพื่อถ่ายทอด ปลูกฝัง ค่านิยม จิตสำนึกที่ดีงาม มีคุณค่าและสร้างสรรค์ ให้กับอนุชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาที่ดีกว่า
โดยมิพักต้องถามว่าทำไมเด็กรุ่นใหม่ถึงไม่สนใจบ้านเมือง เพราะไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร หน้าที่ของพลเมืองบทนี้ก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการเดินหลงทางมากว่าครึ่งศตวรรษเท่านั้นเอง
แต่หากคำถามข้างบนนั้นจะเผอิญได้จาก"อารยาฟอรั่ม"ก็เป็นผลพลอยได้ที่น่ายินดี
เพราะเป้าหมายที่อาจใกล้เคียงกันนั้นคือ การพัฒนาต้นแบบการปฏิสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ยุคไซเบอร์ที่กำลังจมอยู่ในทะเลของข้อมูลข่าวสาร ในขณะที่วิถีชีวิตของเขามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
"อารยาฟอรั่ม"กำลังท้าทายว่า ความเป็นส่วนตัวนั้นไม่ได้เป็นข้อจำกัด แต่กลับจะเป็นโอกาสให้พวกเขาได้สร้างคุณูปการให้ชีวิตและโลกที่อยู่รอบตัวเขาได้อย่างมีคุณภาพดีกว่าคนในยุคก่อนด้วยซ้ำ
หากเขาได้ใช้ความเป็นส่วนตัวนั้นมาเติมเต็มจิตวิญญาณให้พิสุทธิ์ขึ้น
ตกลงคนรุ่นหัวกำลังเริ่มหงอกนี่แหละ มี"หน้าที่พลเมือง"ที่จะต้องสร้างแม่แบบการเสวนาวิสาสะให้เขาสืบทอดวิถีของอารยชนต่อไป
"อารยาฟอรั่ม"ได้ตระหนักในภารกิจ และพร้อมมอบพื้นที่ในปฏิบัติการนั้นแล้ว
ด้วยความเชื่อในความเป็นอนิจจังของสังคม"อารยาฟอรั่ม"จึงอาจไม่ใช่แหล่งค้นหาคำตอบสำเร็จรูป
แต่พร้อมที่จะต้อนรับสายใจไมตรีที่หลากหลายด้วยวิถีและวิธีคิดมาพบปะ แลกเปลี่ยนความเห็น เหตุผล อย่างมีสุนทรีย์ในความพยายามทำความจริงให้ปรากฏ
โดยเฉพาะในภาวะที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะ"อนาธิปไตย"ที่ไม่เคยสมบูรณ์ หรือโชคร้ายเท่าครั้งนี้มาก่อน
ในสถานการณ์ที่เราไม่อาจยึดติดทั้งตัวตน และบุคคลใด
ในสถานการณ์ที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมว่า วันหนึ่งอาจพบว่าสิ่งที่ตนเคยเชื่อกลายเป็นมายา
และยอมรับได้ว่า มายาคือส่วนหนึ่งของความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้มายาเข้ามาครอบงำโลกทัศน์ของปัจเจกโดยสิ้นเชิง
การให้ความเคารพความเห็นที่แตกต่าง หรือให้โอกาสกับทุกคนที่จะตอบโต้คือปฏิบัติการที่จำเป็นยิ่ง
และนั่นย่อมต้องอาศัยความอดทน และอดกลั้นเป็นสรณะ
ผลลัพธ์คือการได้ภูมิคุ้มกันทางปัญญา
และนี่คือเงื่อนไขสำคัญ ก่อนจะนำพาสังคมไปสู่ความศิวิไลซ์ที่ยั่งยืน
วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อารยา ศิวิไลซ์
|